สัญลักษณ์ของ BIGBANG แต่ละคน

https://i2.wp.com/i285.photobucket.com/albums/ll68/nuJar/symgd.jpg
G-DRAGON
ดาวดวงใหญ่เป็นตัวแทนถึงความเป็น Star ของจียง และบุคลิกที่ร่าเริงสนุกสนานนั้นถูกแทนด้วยหมวก สร้อยดาวดวงใหญ่ที่สวมหมวกจึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของจียง
https://i0.wp.com/i285.photobucket.com/albums/ll68/nuJar/symyb.jpg
TAEYANG
รูปมงกุฎที่สูงค่านั้นเป็นสิ่งแสดงถึงความเป็นที่หนึ่งและความล้ำค่าในตัวของเทยัง
https://i1.wp.com/i285.photobucket.com/albums/ll68/nuJar/symds.jpg
DAESUNG
ลูกกลมๆที่สร้อยนั้นก็คือลูกโลก เพราะฉะนั้น สัญลักษณ์ลูกโลกสวมหูฟังจึงแทนความหมายว่าเดซองจะมอบเสียงเพลงให้แก่โลกใบนี้
https://i0.wp.com/i285.photobucket.com/albums/ll68/nuJar/symtop.jpg
T.O.P
สัญลักษณ์รูปมือที่ถือเครื่องขยายเสียงนั้นหมายความถึงเสียงของเท็มโป ที่ยิ่งฟังแล้วก็ยิ่งทำให้….. 다크게울려퍼시라
https://i2.wp.com/i285.photobucket.com/albums/ll68/nuJar/symv-1.jpg
SEUNGRI
รูปธงปักอยู่บนดาวเสาร์นั้น หมายถึงเส้นทางสู่สิ่งใหม่ๆที่สดใสและงดงามได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของซึงริ

BIGBANG ความสำเร็จกับหยาดเหงื่อและน้ำตา
5 คน 5 สีสันที่แตกต่าง

หนังสือ ของ BIGBANG กลุ่มนักร้อง 5 คนที่ฮอตที่สุดในเกาหลี, ‘Shout to the world’ ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนเรื่องราวตั้งแต่เริ่มเดบิวต์ จนกระทั่งพวกเขาประสบความสำเร็จสามารถขึ้นแท่นเป็นหนังสือขายดีภายในพริบตา เดียว เรื่องราวของพวกเขาถือเป็นความหวัง และกำลังใจต่อใครหลายๆคนเพื่อที่จะก้าวผ่านปัญหาและประสบความสำเร็จให้ได้

IPB Image

สมาชิก ทั้ง 5 ของ BIGBANG ได้แสดงให้เห็นว่า “ไม่มีอะไรได้มาโดยที่ไม่พยายาม” พวกเขาเป็นคนเดินเข้าไปหา YG Ent. และแข่งขันใน บททดสอบต่างๆเพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งของBIGBANG

อคติ ที่หลายคนมีต่อดารานักร้องมีมากมาย อย่างเช่น ถึงจะโง่แต่เพราะหน้าตาดีทำให้เขามีชื่อเสียงหรือไม่ก็ สังกัดอยู่ในค่ายเพลงหรือค่ายละครใหญ่ๆ การที่มีคนจดจำได้มากมายนั้นทำให้พวกเขาได้รับรายได้เพิ่มมากขึ้น และตามมาด้วยความมีชื่อเสียงและหน้าตาในสังคม และหากดารานักร้องนั้นได้ชื่อว่าเป็นไอดอล อคติเหล่านี้ก็ยิ่งจะเพิ่มมากขึ้นด้วย

BIGBANG ก็ได้ชื่อว่าเป็นวงไอดอลอับดับต้นๆของเกาหลี ในข่าวล่าสุด BIGBANG สามารถทำรายได้ถึง 40 ล้านดอลล่าร์จากเพลง, คอนเสิร์ต ฯลฯ หากเปรียบเทียบแล้ว BIGBANG สามารถทำรายได้มากกว่าบริษัทเล็กๆหลายบริษัทรวม กันซะอีก เมื่อเทียบกับวัยรุ่นทั่วไปแล้ว วัยรุ่นในช่วงอายุของ BIGBANG อาจจะยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ในขณะที่ BIGBANG สามารถ ทำรายได้มากมายจากการร้องเพลงและเต้น

แต่อย่างไรก็ตาม BIGBANG นั้นเป็นเหมือนเพื่อนที่น่ายกย่องและยินดีด้วยมากกว่านักร้องที่น่า อิจฉา เพราะแม้กระทั่งลุคของพวกเขายังแตก ต่างจากไอดอล ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะดูดีและน่าสนใจแต่หากมองย้อนไปเมื่อปี 2006 ที่BIGBANG เริ่มเดบิวต์ พวกเขาขี้อายแถมยังมีหน้าตาธรรมดา ที่ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานของวงไอดอล ปกติแล้ววงไอดอลทั่วไปมักจะเป็นคนที่สูง, เท่ห์ และหน้าตาถอดแบบ มาจากการ์ตูน แต่สมาชิกของ BIGBANG กลับดูเหมือนวัยรุ่นทั่วไป หากยกเว้นท๊อปความสูงโดยเฉลี่ยของ BIGBANG จะอยู่ที่ 170 ซม. ถือได้ว่าBIGBANG นั้นแหกกฏ มาตรฐานของวงไอดอลแต่พวกเขากลับเป็นวงที่ประสบความสำเร็จ มากที่สุดด้วยรายได้กว่า 40 ล้านดอลล่าร์

หนึ่งในสาเหตุที่ BIGBANG ประสบความสำเร็จนั้นคือการเป็นที่คุ้นตากับสายตาประชาชน พวกเขาเป็นวงไอดอลของทุกๆวัย ซึ่งเป็นไปอย่างที่ ยางฮยอนซอก, YG CEO, ได้กล่าวไว้เมื่อปี 2006 ว่าเขาต้องการสร้างวงไอดอลที่เข้าถึงคนทุกๆวัย

BIGBANG นั้นได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างมากเพื่อที่จะมาเป็นอย่างทุกวันนี้ พวกเขาไม่ใช่แค่กลุ่มเด็กวัยรุ่น ที่บริษัทคัดเลือกมาจาก แหล่งรวมเด็กวัยรุ่น แต่พวกเขาพยายามที่จะให้เป็นคนที่ถูกคัดเลือกหรือแม้กระทั่งเดินเข้าไปหา YG ด้วยตนเอง BIGBANG นั้นมีความฝัน และเป้าหมายของตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก พวกเขาทุ่มเทและทำทุกอย่างเพื่อดนตรีที่พวกเค้ารัก BIGBANG ไม่เคยหวาดกลัวกับความท้าทาย และการแข่งขัน, ไม่เคยขี้เกียจในการซ้อมเต้นและร้องเพลง พวกเขาต้องเป็นนักเรียนพร้อมๆกับเป็นเทรนนี่ นอกจากนี้ BIGBANG ยังทำเพลง, ท่อนแรพและคิดท่าเต้นด้วยตัวเอง BIGBANG นั้นเปลี่ยนรูปแบบมาตรฐานของวงไอดอลไปอย่างสิ้นเชิง

G-Dragon, TaeYang
6 ปีกับการเป็นเทรนนี่, ผ่านมาได้ด้วยความอดทนและไม่ละทิ้งง่ายๆ
IPB Image


G-Dragon และ TaeYang เป็นเทรนนี่อยู่ 6 ปีตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษา หลายคนละทิ้งมันเพราะระยะเวลาที่เนิ่นนานและความโดดเดี่ยว แต่ทั้งสองคนนี้ไม่เคยที่จะยอมแพ้และสามารถผ่านมันมาได้ G-Dragon เคยเดบิวต์ใน ‘Little Rula’ ตั้งแต่ 5 ขวบ แต่เขาก็ไม่เคยผิดหวังกับการเป็นแค่เทรนนี่ เขากลัว “การที่ไม่ได้เป็นในสิ่งที่อยากเป็น” และเอาชนะได้ด้วยความกระตือรือร้น หลังจากที่ได้มาเป็นสมาชิก BIGBANG G-Dragon ทำเพลงเองและเขาก็เป็นลีดเดอร์ที่นำกระแสเทรนด์แฟชั่นอีกด้วย

TaeYang มีเป้าหมายที่ชัดเจนและมีนิสัยที่ชอบท้าทายตั้งแต่เด็ก เขาถูกเลือกให้แสดงในเอ็มวีของ JinuSean จากการออดิชั่น การเตรียมตัวออดิชั่นของเขานั้นไม่ต่างอะไรกับการเตรียมตัวออกโซโล่อัลบั้ม แม้แต่นิดเดียว หลังจากออดิชั่น เขาได้ขอยางฮยอนซอกเป็นเทรนนี่ใน YG และการตอบรับมีเพียงแค่ “แล้วจะโทรกลับไปนะ” หนึ่งเดือนผ่านไปเขาได้เดินทาง
ไป YG แล้วถามยางฮยอนซอกว่าทำไมจึงไม่โทรกลับ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาได้เข้าเป็นเทรนนี่ เขายังได้บอกเพิ่มเติมอีกว่า “ผมได้เรียนรู้ว่าถ้าหากคุณมีความกระตืนรือร้นแล้ว ไม่มีสิ่งไหนที่ไม่สามารถจะเอาชนะได้”

G-Dragon และTaeYang ตั้งเป้า หมายชีวิตตั้งแต่เด็กและเดิมพันด้วยทุกอย่างที่พวกเขามี ในเวลาที่เพื่อนๆนั่งท่องศัพท์ภาษาอังกฤษ พวกเขาต้องเรียนรู้วิธีการแรพและการเต้น ในเวลาที่เพื่อนๆออกกำลังกายที่สนามฟุตบอล พวกเขาต้องเรียนรู้การเต้นที่ห้องซ้อมที่ร้อนอบอ้าว ในเวลาที่เพื่อนๆมีความสุขหลังจากที่สอบเสร็จ พวกเขาต้องกลับมาที่ห้องซ้อมเพื่อบททดสอบชิ้นใหม่ และในเวลา ที่เพื่อนๆใช้เวลาทั้งหมดไปกับการนอนในช่วงปิดเทอม พวกเขาต้องตื่นแต่เช้าและฝึกซ้อมให้หนักกว่าเดิม ในเวลาที่ เพื่อนๆเบื่อกับเสียงเรียกให้ไปกินข้าวของแม่ พวกเขาต้องยิ้มเวลาเห็นหน้าแม่ (พวกเขาจะได้เห็นหน้าพ่อแม่แค่เดือนละครั้ง) และหลั่งน้ำตาเวลาที่แม่กลับไป

“เพราะเส้นทางเดินของพวกเราแตกต่าง จากคนอื่นๆ เราไม่สามารถหันหลังกลับได้ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องต่อสู้กับมันอย่างเต็มที่” G-DragonและTaeYang ผ่านชีวิตในช่วงเทรนนี่ด้วยความกระตืนรือร้นพยายามพร้อม กับมีความ คิดที่ว่า “ยังไงก็ต้องทำให้ได้” และได้มาเป็นสมาชิก BIGBANG ในที่สุด

Seungri
เรียนรู้ความขมขื่นของชีวิตจากความผิดหวังตั้งแต่อายุ 15 ปี
IPB Image

เรื่อง ราวของซึงรีเป็นเหมือนละครชีวิต ทักษะการเต้นของเขาถือว่ามีน้อยสุด แต่เพราะความมั่นใจว่าจะต้องทำได้ ทำให้ความพยายามอีกครั้งไม่ใช่ปัญหา เขาได้รับโอกาสในการทำโซโล่เป็นคนที่สองต่อจาก TaeYang
ทั้งๆที่เขา เพิ่งจะอายุ 18 ปีเมื่อไม่นาน แต่เขาก็เคยร่วมแสดงเต้นกับวงเพื่อนๆเมื่อตอนม.ต้น และแม้ว่าเขาจะเคยผิดพลาด ผิดหวังหลายต่อหลายครั้ง, โอกาสที่ได้รับหลุดลอยไปบ้างแต่เขาก็ไม่เคยท้อถอยและยอมแพ้ เมื่อตอนอยู่เกรด 7 หลังจาก ที่เห็นทีมหนึ่งแสดงโชว์ ซึงรีก็เริ่มหลงใหลและชื่นชอบการเต้นเป็นอย่างมาก ทั้งที่ไม่ได้มีทักษะในการเต้น แต่เขาก็สามารถ เข้าเป็นส่วนหนึ่งของทีม และเริ่มต้นการเต้นอย่างจริงจัง ก่อนการแข่งขันทุกคนต่างแยกย้ายกันไป เขาได้โน้มน้าวสมาชิก คนอื่นๆว่าพวกเขาสามารถทำได้ และเขาจะคิดท่าเต้นใหม่ขึ้นมา (แม้ว่าเค้าจะเต้นไม่ได้ก็ตาม!) ทีมของเขาชนะการแข่งขันครั้งนั้น ซึงรีได้เข้ามาออดิชั่นในรายการ Mnet’s Battle Shinhwa ในปี 2005 แต่ก็ต้องตกรอบไปเสียก่อน ซึงรีได้ไป SM entertainment, Dream Factory และอีกหลายๆที่แต่เขาก็ต้องพบกับความผิดหวังทุกครั้งไป

“ทักษะ ของผมไม่ถึงเกณฑ์ของสมาชิกคนอื่นๆ ผมมีเวลาซ้อมและเรียนรู้น้อยกว่า การเต้น, ร้องเพลง …. ทุกอย่างมันยากไปหมด” ซึงรีขอโอกาสแก้ตัวใหม่ ถึงแม้ยางฮยอนซอกจะเคยบอกว่าโอกาสที่เขาจะกลับเข้า BIGBANG นั้นมีน้อยมาก แต่เขาก็ไม่เคยท้อ และคิดเสมอว่าเขาจะต้องทำให้ได้ ในที่สุดเขาก็ได้เข้ามาเป็นสมาชิก BIGBANG และต่อมาเขาได้ทำโซโล่เพลง ‘Strong Baby’ ซึ่งแข่งขันกับเพลง Gee ของ Girl Generation ในชาร์ตเพลงต่างๆ


DaeSung
โอกาสได้มาเพราะมองโลกในแง่ดี
IPB Image

Smile Angel แดซองมีชื่อเสียงได้เพราะการมองโลกในแง่ดีและคิดบวก เขาทะเลาะกับพ่อที่มีความคิดขัดแย้งและออกจาก บ้านเพื่อที่จะมาเป็นเทรนนี่ที่ YG แต่เขากลับยอมรับว่า “หากพ่อเขาไม่คัดค้าน เขาอาจจะไม่ได้เป็นอย่างทุกวันนี้”

“หากพ่อ สนับสนุนผมตั้งแต่ต้น ผมอาจจะเลิกสนใจดนตรีและไม่กระตืนรือร้นเลยก็เป็นได้ แต่เพราะพ่อดุและเย็นชา ทำให้ผมมีมานะและไม่เคยเลิกสนใจในดนตรี”

DaeSung มีความฝันที่อยากจะเป็นนักร้องตั้งแต่อายุ 8 ปี เมื่อตอนที่คุณครูบอกว่าเขาสามารถที่จะเป็นนักร้องได้ ในตอนออดิชั่นแม้ว่าเสียงของเขายังไม่ได้ฝึกมาอย่างดีนัก แต่เพราะรอยยิ้มนั้นทำให้ยางฮยอนซอกสนใจในตัวเขา แดซองมองโลกในแง่ดีเสมอและเขาก็ยังเชื่อว่า “หากมีความเชื่อว่าทำได้แล้ว ยังไงก็ต้องทำได้”

“หากว่าผมไม่มีนิสัยที่มองโลกในแง่บวกละก็ ผมก็อาจจะเก็บความฝันที่อยากจะเป็นนักร้องไว้เป็นแค่ความฝัน ใน เวลาที่ล้มเหลวและผิดหวังสิ่งเดียวที่ผมทำได้ก็คือคิดบวก และมองโลกในแง่ดีให้มากขึ้น เมื่อคุณหมดหวัง คุณก็จะเหลือแค่เพียงความปรารถนา แต่เมื่อไหร่ที่คุณมีความศรัทธาปาฏิหารย์ก็จะเกิดขึ้นเอง ชีวิตของพวกเราอยู่ได้ด้วยความหวัง”

TOP
ความล้มเหลวนำมาซึ่งการประสบความสำเร็จ
IPB Image

TOP หลงใหลในแรพตั้งแต่เขายังอยู่เกรด 5 เมื่อตอนที่เขาเรียนม.ต้น เขาเป็นหนึ่งในนักเรียนที่เกเร คอยก่อเรื่องต่างๆ
เขา ถูกเพ่งเล็งจากรุ่นพี่ (เพราะความสูงและชอบใส่เสื้อผ้าสไตล์ฮิพฮอพ) และต่อมาเขาก็สนิทกับรุ่นพี่ ในเกรด 9 เขาต้องสูญเสียเพื่อนจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ หลังจากนั้นเขาจึงกลับไปใช้ชีวิตนักเรียนเหมือนคนอื่นๆทั่วไป
 

TOP ต้องการที่จะเป็นแรพเปอร์ ม.ปลายเขาเริ่มออกแสดงโชว์ตามเวทีใต้ดินต่างๆและได้รับโอกาสเข้ามาออดิชั่น ใน YG Ent. ในตอนนั้นเขาหมดหวัง เมื่อเขารู้ว่าจะต้องเต้นในการออดิชั่นด้วย เขามีความต้องการที่จะยอมแพ้ (เขาเกลียดการเต้น) แต่เขาก็คิดได้ว่ามันต้องน่าขำแน่นอน หากเขาละทิ้งโอกาสนี้เพียงเพราะเขาเกลียดการเต้น

“หากผมยอมแพ้ในการออดิชั่น ผมก็ไม่สามารถที่จะมีความฝันในชีวิตที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้ได้อีก มันเป็นเรื่องโง่มากหากจะปิด กั้นดนตรีแนวอื่นๆ นอกจากฮิพฮอพเพียงเพราะคุณชอบแค่ฮิบฮอพ ผมคิดว่าหากคุณเป็นแรพเปอร์ตัวจริง คุณจะต้องสามารถแรพ ให้เข้ากับดนตรีแนวอื่นๆอย่างเช่นบัลลาด, แดนซ์ให้ได้” TOP ยังบอกอีกว่าความผิดพลาดนั้นเป็นสิ่งสำคัญในเส้นทางที่
จะประสบความ สำเร็จ เขาคิดทบทวนครั้งแล้วครั้งเล่าในที่สุดเขาก็พร้อมที่จะทำความฝันของเขาอย่าง เต็มที่ ในเวลาที่เพื่อนๆ ตั้งใจเรียนเพื่อจะสอบเข้ามหาลัย แต่เขากลับพักมันไว้เพื่อทุ่มให้กับงานเพลง และในเวลาที่เพื่อนๆใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานในมหาวิทยาลัย แต่เขากลับต้องมาฝึกซ้อมในห้องซ้อมอย่างไม่รู้ที่สิ้นสุด ในโลกที่เต็มไปด้วยความฝันของเขา ทำให้เขาไม่มีเวลามาคิดว่าชีวิต ในรูปแบบที่เขามีนั้นแตกต่างจากเพื่อนคนอื่นๆ

“โอกาสจะกลายเป็นความล้มเหลวหากคุณปล่อยมันไป แต่เมื่อไหร่ที่คุณคว้ามันไว้มันจะนำโชคมาให้คุณ”


พวกเรายังเป็นเทรนนี่ที่ต้องเรียนรู้อะไรอีกมากมาย
IPB Image

พวก เราไม่รู้ว่าอนาคตในข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ความผิดพลาดได้หยิบยื่นโอกาสให้สมาชิก BIGBANG และความเจ็บปวดทำให้พวกเขาอดทน และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึงรียังเพิ่มเติมด้วยว่า “เวลาที่ผมรู้สึกเจ็บปวดและกดดัน ผู้ชมจะได้เห็นการแสดงที่ยอดเยี่ยม ผมรู้ว่าพวกเค้าชอบ ผลผลิตของความพยายามของผม และผมก็จะพยายามที่จะทำให้ดีมากขึ้นเรื่อยๆ”

ซึง รีกล่าวว่าเขาจะต้องอ่านหนังสือหลายๆเล่มเพราะเขาต้องทำงานโซโล่, ให้สัมภาษณ์, ไปทำงานในรายวิทยุคนเดียว เขามีหน้าที่ มากมายที่จะต้องรับผิดชอบอีกทั้งเขายังต้องเตรียมตัวในการสอบเข้า มหาวิทยาลัยอีกด้วย

G-Dragon บอกพวกเราว่า “ถ้าไม่กล้าเผชิญกับความหวาดกลัวและความล้มเหลวก็เหมือนกับไม่ใช้ชีวิตวัยรุ่นอย่าง คุ้มค่า การถ่อมตัวและ พยายามอย่างหนักของพวกเราจะไม่เปลี่ยนแปลง การที่ได้อันดับ 1 ในชาร์ตเพลงหรือยอดขายที่ขายได้ดีนั้น เป็นเพียงแค่โบนัส จากความเพียรพยายามของพวกเราเท่านั้นเอง ในความคิดของเรานั้น เรายังคงเป็นแค่เทรนนี่อยู่เสมอ”

Credit to
translated by 코코마탑횽@bbvipz
tiptop.mireene.com
Post taken from momo@bbfansite
translated Thai by tanz~*@bigbangthailand

https://i0.wp.com/i285.photobucket.com/albums/ll68/nuJar/BIGBANGVOL02.gif

Back To Home

30 thoughts on “สัญลักษณ์ของ BIGBANG แต่ละคน

  1. Bigbang is my star forever เป็นวงเกาหลีวงแรกที่ติดตามมาตลอด ไม่ได้ขายหน้าตา แต่ความสามารถเต็มเปี่ยม แทยัง เสียงนุ่มมาก เป็นคนที่ดูอบอุ่น จียง ทะเล้นน่ารัก เสน่ห์ของวง ท็อป ขรึมเข้ม เสียงมีเสน่หมาก ซึงริ สีสันของวง เสียงมีพลังดี แดซอง เสียงอเมซิ่ง สุด ๆ แม้จะไม่เข้ากับหน้าตาก้เถอะ ถึงอย่างรัย ก้ตาม bigbang เสมอจ้า

  2. รักพี่ซึงง่ะ อิอิ รู้ป่ะว่า VIP CHINA ตอนนี้เราก้อมีเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ดีใจกับพวกพี่ๆๆๆจังเรยยยยยยยย รัก BIGBANG ที่สุดดดดดดดดด

  3. ถึงแม้ว่า Nery จะอายุน้อยกว่า TAEYANG เกือบ 10 ปี
    แต่อายุก็เป็นเพียงแค่ตัวเลข และแฟนคลับคนนี้อยากจะบอก
    Taeyang ว่า ” I love Taeyang”

  4. รัก bigbang มาก ไม่ใช่เพราะหน้าตาดี …เพราะ พวกเค้าเก่ง มีความสามารถ รักมาก และจะรักตลอดไป I’m V.I.P

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s